เศษเหล็กมีน้ำมันติดขายได้ไหม ต้องเตรียมยังไง ปี 2568

เศษเหล็กมีน้ำมันติดขายได้ไหม

หนึ่งในคำถามที่ผู้ขายเหล็กจากโรงงานและอู่ซ่อมรถถามบ่อยที่สุดคือ “เศษเหล็กที่มีน้ำมันติดอยู่ขายได้ไหม และต้องทำความสะอาดก่อนขายไหม” คำตอบคือขายได้ครับ แต่มีสิ่งที่ต้องรู้และเตรียมตัวก่อนนำมาขาย เพราะน้ำมันที่ติดมากับเหล็กส่งผลต่อราคาที่ได้รับและอาจมีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องปฏิบัติตาม บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการขายเศษเหล็กที่มีน้ำมันติด ตั้งแต่ประเภทน้ำมันที่พบบ่อย วิธีเตรียมก่อนขาย ไปจนถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เศษเหล็กมีน้ำมันติดขายได้ไหม

เศษเหล็กมีน้ำมันติดขายได้ไหม มีประเภทไหนบ้าง

ก่อนเตรียมตัวขาย ต้องรู้ก่อนว่าน้ำมันที่ติดมากับเหล็กเป็นประเภทไหน เพราะน้ำมันแต่ละชนิดมีวิธีจัดการและผลต่อราคาที่แตกต่างกัน

น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเครื่อง พบมากในเศษเหล็กจากโรงงานที่มีเครื่องจักรหนัก อู่ซ่อมรถ และโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วมีสีดำหรือน้ำตาลเข้มและมักมีโลหะขนาดเล็กปนอยู่ เศษเหล็กที่มีน้ำมันหล่อลื่นติดอยู่พอสมควรยังขายได้แต่อาจถูกหักราคาบ้าง

น้ำมันตัดโลหะ (Cutting Oil) พบมากในโรงงานกลึง ไส ตัด และขึ้นรูปโลหะ น้ำมันตัดโลหะมักมีสีเหลืองอ่อนหรือขาวขุ่น และมีกลิ่นเฉพาะตัว เศษเหล็กจากกระบวนการตัดโลหะมักมีน้ำมันชนิดนี้ติดอยู่และมักมีเศษโลหะขนาดเล็กปนมาด้วย

น้ำมันไฮดรอลิก พบในชิ้นส่วนระบบไฮดรอลิกที่หมดอายุหรือชำรุด เช่น กระบอกไฮดรอลิก ปั๊มไฮดรอลิก และวาล์ว น้ำมันไฮดรอลิกมักใสหรือสีเหลืองอ่อน และอาจมีแรงดันตกค้างในระบบที่อันตราย

น้ำมันหม้อแปลง (Transformer Oil) พบในหม้อแปลงไฟฟ้าเก่า เป็นน้ำมันแร่พิเศษที่ใช้เป็นฉนวนและระบายความร้อน หม้อแปลงเก่าที่ผลิตก่อนปี พ.ศ. 2523 อาจมีสาร PCB ปนเปื้อนซึ่งอันตรายมากและต้องจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซลหรือน้ำมันเบนซินที่รั่วซึมจากถังหรือท่อเก่า มีความเสี่ยงด้านการติดไฟสูง ต้องระบายออกให้หมดก่อนนำเหล็กมาขาย

จาระบีและสารหล่อลื่นหนัก พบในชิ้นส่วนลูกปืน เฟือง และอุปกรณ์กลไกต่าง ๆ จาระบีมีความหนืดสูงและติดแน่นกว่าน้ำมัน แต่โดยทั่วไปไม่ส่งผลต่อราคามากเท่าน้ำมันที่เป็นของเหลว

เศษเหล็กมีน้ำมันติดขายได้ไหมกระทบราคาอย่างไร

น้ำมันที่ติดมากับเหล็กส่งผลต่อราคาที่ได้รับในหลายมิติ การเข้าใจผลกระทบเหล่านี้ช่วยให้วางแผนการเตรียมขายได้ถูกต้อง

ผลต่อน้ำหนักที่ชั่งได้ น้ำมันมีน้ำหนักและเพิ่มน้ำหนักรวมที่ชั่งได้ แต่ผู้รับซื้อจะประเมินและหักน้ำหนักน้ำมันออกจากน้ำหนักรวม ทำให้น้ำหนักเหล็กสุทธิที่ได้รับการชำระเงินต่ำกว่าน้ำหนักรวมที่ชั่งได้ เหล็กที่มีน้ำมันมากจึงถูกหักน้ำหนักมากกว่าเหล็กที่สะอาด

ผลต่อกระบวนการรีไซเคิล น้ำมันที่ปนเปื้อนในเหล็กเพิ่มต้นทุนกระบวนการหลอมของโรงหลอม เพราะต้องเผาน้ำมันออกก่อนหรือจัดการก๊าซที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ ทำให้ผู้รับซื้อต้องตีราคาต่ำลงเพื่อชดเชยต้นทุนส่วนนี้

ผลต่อการจัดประเภท เหล็กที่มีน้ำมันมากเกินไปอาจถูกจัดเป็นเหล็กเบ็ดเตล็ดหรือเหล็กปนเปื้อนที่ได้ราคาต่ำกว่าเหล็กสะอาดประเภทเดียวกัน การทำความสะอาดน้ำมันออกก่อนขายจึงช่วยให้ได้จัดประเภทและราคาที่สูงกว่า

วิธีเตรียมเศษเหล็กที่มีน้ำมันก่อนขาย

วิธีที่ 1 ระบายน้ำมันออกก่อน สำหรับชิ้นส่วนที่มีน้ำมันขังอยู่ เช่น กระบอกไฮดรอลิก กล่องเกียร์ หรือถังน้ำมัน ให้คว่ำหรือเอียงชิ้นส่วนเพื่อให้น้ำมันไหลออกให้มากที่สุดก่อนนำมาขาย ต้องรองรับน้ำมันที่ไหลออกในภาชนะที่เหมาะสมและไม่ปล่อยให้ไหลลงดินหรือท่อระบายน้ำ เพราะน้ำมันที่ใช้แล้วเป็นของเสียอันตรายที่ต้องกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วิธีที่ 2 เช็ดและซับน้ำมันส่วนเกิน สำหรับเหล็กที่มีน้ำมันเกาะติดที่ผิว ใช้ผ้าหรือวัสดุดูดซับเช็ดน้ำมันส่วนเกินออกก่อนนำมาขาย ไม่จำเป็นต้องทำให้สะอาดสมบูรณ์ แต่การลดปริมาณน้ำมันที่ติดอยู่ช่วยให้ถูกหักน้ำหนักน้อยลงและได้ราคาดีขึ้น

วิธีที่ 3 ล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดสำหรับงานหนัก สำหรับเศษเหล็กที่มีน้ำมันมากและต้องการทำความสะอาดให้ดียิ่งขึ้น สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดอุตสาหกรรมหรือสารทำความสะอาดที่เหมาะสมล้างออก แต่ต้องระวังการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้วย

วิธีที่ 4 แยกเหล็กสะอาดออกจากเหล็กที่มีน้ำมัน หากมีทั้งเหล็กสะอาดและเหล็กที่มีน้ำมันปนอยู่ด้วยกัน ควรแยกออกจากกันก่อนขาย เพราะเหล็กสะอาดได้ราคาดีกว่าและไม่ควรถูกตีราคาลดลงเพราะปนกับเหล็กที่มีน้ำมัน

วิธีที่ 5 แจ้งสภาพจริงล่วงหน้า ก่อนนำเหล็กมาขาย โทรแจ้งหงส์สตีลล่วงหน้าว่าเหล็กมีน้ำมันติดอยู่มากน้อยแค่ไหนและเป็นน้ำมันประเภทใด เพื่อให้ประเมินราคาได้ถูกต้องและไม่มีความผิดหวังในราคาที่ได้รับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมันที่ใช้แล้ว

นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขายเหล็กหลายคนมักมองข้ามครับ น้ำมันที่ใช้แล้วและเศษวัสดุที่ปนเปื้อนน้ำมันอยู่ในข่ายของเสียอันตรายตามกฎหมายไทย

พระราชบัญญัติโรงงาน กำหนดให้โรงงานที่มีของเสียอันตราย รวมถึงน้ำมันที่ใช้แล้ว ต้องจัดการอย่างถูกต้องและมีบันทึกการจัดการ การปล่อยน้ำมันที่ใช้แล้วลงสิ่งแวดล้อมมีโทษปรับและจำคุก

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม กำหนดประเภทของเสียอันตรายและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง น้ำมันที่ใช้แล้วต้องส่งให้บริษัทรับกำจัดของเสียอันตรายที่มีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น

ข้อห้ามที่สำคัญ ห้ามปล่อยน้ำมันที่ใช้แล้วลงดิน แหล่งน้ำ หรือระบบระบายน้ำสาธารณะ ห้ามเผาน้ำมันที่ใช้แล้วในที่โล่งแจ้ง และห้ามนำน้ำมันที่ใช้แล้วไปรวมกับขยะทั่วไป

ผลต่อราคาเมื่อเศษเหล็กมีน้ำมันในปริมาณต่าง ๆ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองเปรียบเทียบราคาที่ได้รับตามปริมาณน้ำมันที่ติดมาครับ

เหล็กสะอาดไม่มีน้ำมัน ได้ราคาเต็มตามประเภทและคุณภาพของเหล็ก เช่น เหล็กแผ่นหนาสะอาดได้ 10–14 บาทต่อกิโลกรัม

เหล็กมีน้ำมันเล็กน้อย ถูกหักน้ำหนักน้ำมันประมาณ 2–5% และได้ราคาต่อกิโลกรัมลดลงเล็กน้อยเนื่องจากต้นทุนการจัดการเพิ่มขึ้น รวมแล้วได้รายได้น้อยกว่าเหล็กสะอาดประมาณ 5–10%

เหล็กมีน้ำมันปานกลาง ถูกหักน้ำหนักน้ำมันประมาณ 5–15% และได้ราคาต่อกิโลกรัมลดลงพอสมควร รวมแล้วได้รายได้น้อยกว่าเหล็กสะอาดประมาณ 15–25%

เหล็กมีน้ำมันมาก อาจถูกตีราคาเป็นเหล็กเบ็ดเตล็ดทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงประเภทของเหล็ก และได้รายได้น้อยกว่าเหล็กสะอาดประเภทเดียวกันได้ถึง 30–50%

จากตัวเลขข้างต้นจะเห็นว่าการลงทุนเวลาระบายน้ำมันออกและทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนขายให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะสำหรับเหล็กที่มีน้ำมันปานกลางถึงมาก

กรณีพิเศษที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

เศษเหล็กจากระบบไฮดรอลิกแรงดันสูง ต้องระบายแรงดันออกให้หมดก่อนนำมาขายหรือรื้อถอน การเจาะหรือตัดชิ้นส่วนที่ยังมีแรงดันอยู่อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

น้ำมันจากหม้อแปลงเก่ามาก หม้อแปลงที่ผลิตก่อนปี พ.ศ. 2523 อาจมีสาร PCB ปนเปื้อนในน้ำมัน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่อันตรายมาก ต้องไม่จัดการเองและต้องให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตดำเนินการเท่านั้น

เศษโลหะจากระบบทำความเย็น ชิ้นส่วนจากระบบทำความเย็นอาจมีน้ำมันคอมเพรสเซอร์และสารทำความเย็นตกค้างอยู่ ทั้งสองชนิดต้องจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม

ชิ้นส่วนจากเครื่องจักรที่ใช้สารเคมีอันตราย เครื่องจักรในโรงงานเคมีและปิโตรเคมีอาจมีสารเคมีอันตรายตกค้างนอกเหนือจากน้ำมัน ต้องตรวจสอบและทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำมาขาย

คำแนะนำสำหรับโรงงานที่มีเศษเหล็กปนน้ำมันเป็นประจำ

สำหรับโรงงานที่มีเศษเหล็กปนน้ำมันสะสมสม่ำเสมอ การวางระบบการจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นช่วยให้ได้รายได้สูงสุดและปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้อง

จัดตั้งจุดพักเศษโลหะแยกประเภทตามระดับการปนเปื้อนน้ำมัน วางภาชนะรองรับน้ำมันที่หยดลงมาจากเศษโลหะเพื่อป้องกันการปนเปื้อนพื้น ทำสัญญากับบริษัทรับกำจัดน้ำมันที่ใช้แล้วที่มีใบอนุญาตเพื่อจัดการน้ำมันที่รวบรวมได้ และกำหนดรอบการขายเศษโลหะประจำให้ตรงกับรอบการรวบรวมน้ำมันที่ใช้แล้ว

รับซื้อเศษเหล็ก

พื้นที่ให้บริการ

หงส์สตีลให้บริการรับซื้อเศษเหล็กทุกสภาพรวมถึงเหล็กที่มีน้ำมันติดครอบคลุมพื้นที่ดังนี้

  • บางบ่อ สมุทรปราการ (สำนักงานหลัก)
  • ทั่วจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดใกล้เคียง
  • ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร

เศษเหล็กมีน้ำมันติดขายได้ไหมคำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เศษเหล็กมีน้ำมันเครื่องติดเยอะมาก หงส์สตีลรับซื้อได้ไหม? รับซื้อได้ครับ แต่จะถูกหักน้ำหนักน้ำมันออกและได้ราคาต่ำกว่าเหล็กสะอาด แนะนำให้ระบายน้ำมันออกให้มากที่สุดก่อนนำมาขาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่บริการรับซื้อเศษเหล็กครับ

น้ำมันที่ระบายออกจากเครื่องจักรต้องจัดการยังไง? ต้องส่งให้บริษัทรับกำจัดของเสียอันตรายที่มีใบอนุญาตครับ ห้ามทิ้งลงดินหรือท่อระบายน้ำเพราะผิดกฎหมาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมครับ

หม้อแปลงเก่ามาก กลัวมี PCB ต้องทำยังไง? ห้ามจัดการเองครับ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตตรวจสอบและดำเนินการติดต่อหงส์สตีลเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้เลยครับ

ถ้าระบายน้ำมันออกแล้วราคาจะดีขึ้นแค่ไหน? ดีขึ้นได้ 15–50% ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันที่ระบายออกได้ครับ ยิ่งสะอาดยิ่งได้ราคาดี ติดตามราคาตลาดได้ที่London Metal Exchangeครับ

โรงงานมีเศษเหล็กปนน้ำมันทุกเดือน รับซื้อประจำได้ไหม? ได้เลยครับ สามารถนัดรอบรับซื้อประจำได้ติดต่อหงส์สตีลเพื่อวางแผนรอบการรับซื้อที่เหมาะสมกับโรงงานของคุณครับ


พร้อมขายเศษเหล็กที่มีน้ำมันติดแล้วใช่ไหม? ติดต่อหงส์สตีล โทร 064-168-2899 หรือ Line: @hong.steel เปิดจันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น.

โรงงานรับซื้อเหล็กบางบ่อ

Discover more from หงส์สตีล - รับซื้อเศษเหล็ก กระดาษ วัสดุรีไซเคิล ให้ราคาสูง

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading